This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

เยี่ยมชม Palazzo Pitti (Florence)

Palazzo Pitti เป็นวังแบบเรอแนซ็องส์ที่ตั้งอยู่ที่ด้านใต้ของแม่น้ำอาร์โน ไม่ไกลจากสะพานเวกกีโอ (Ponte Vecchio) ในเมืองฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลี
ตัววังเดิมสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1458 และเดิมเป็นที่พำนักของลูกา ปิตตี (Luca Pitti) นายธนาคารชาวฟลอเรนซ์ ต่อมาวังก็ถูกตระกูลเมดีชีซื้อไปในปี ค.ศ. 1539 และกลายมาเป็นที่พำนักหลักของตระกูลแกรนด์ดุ๊กแห่งทัสกานี นอกจากนั้นก็ยังใช้เป็นที่สะสมงานศิลปะต่าง ๆ เป็นจำนวนมหาศาล
ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 วังปิตตีใช้เป็นที่บัญชาการของจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส และต่อมาก็ใช้เป็นวังหลวงของอาณาจักรอิตาลีแต่ก็เพียงระยะเวลาอันสั้น วังและข้าวของภายในวังได้รับการอุทิศให้เป็นสมบัติของประชาชนอิตาลีโดยพระเจ้าวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 ในปี ค.ศ. 1919 ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ และเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีงานสะสมต่าง ๆ นอกเหนือจากงานสะสมที่มาจากตระกูลเมดีชี (ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki) 

พระราชวังพิตติเคยถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลในสมัยเรืองอำนาจ
สำหรับ "พระราชวังพัตติ" (Palazzo Pitti) เป็นที่พักอาศัยของคนในตระกูลเมดิชี่ตลอดช่วงที่เรืองอำนาจและยังทำเป็นทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย ในช่วงหลังรวมกันเป็นประเทศอิตาลีใหม่ที่ฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวงของอิตาลีราว 6 ปี (ค.ศ.1865-1871) พระราชวังแห่งนี้คือศูนย์รวมแห่งอำนาจรัฐ ซึ่งในปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวตีตั๋วเข้าชมได้ 

       นอกจากนี้ ในปี ค.ศ.1549 ทางราชสำนักเมดิชี่ยังได้ตกแต่ง "สวนโบโบลิ" (Giardino di Boboli) ขนาดใหญ่ด้วยประติมากรรมน่าชมจำนวนมาก บรรยากาศก็ร่มรื่นน่าพัก จนได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดสวนอิตาเลียนขนานแท้ยุคเรอเนสซองส์ และเป็น 1 ใน 20 สวนดังที่คนอยากไปเที่ยวมากที่สุดด้วย(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Travel)

หลังจากที่ชมสะพานเวกกีโอ (Ponte Vecchio)เสร็จก็เดินต่อมาเรื่อยๆถึงด้านหน้าของ  "พระราชวังพัตติ" (Palazzo Pitti) 
 ด้านหน้ามีร้านขายของฝากให้เลือกมากมาย

 เดินไปชมกัน
 เห็นนักท่องเที่ยวต่อคิวกันชมด้านใน
  บรรยากาศร้อนไม่ใช่เล่น

แอบหลบร่มเล็กน้อย
 บรรยากาศประตูทางเข้า


 ลักษณะประติมากรรมด้านหน้า


 ตึกด้านหน้าฝั่งตรงข้าม


 มีร้านอาหารอยู่ด้านหน้า นั่งพักชมวิวกันซักหน่อยก่อนเดินทางต่อ ร้อนมาก

..... 😝😆 .....

เยี่ยมชม Ponte Vecchio(Florence)

สะพาน ปอนเต เวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้ามแม่น้ำอาร์โน โดยบนสะพานนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารร้านค้า ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ อัญมณี และของที่ระลึกจำนวนมาก โดยเชื่อกันว่าสะพานที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยโรมัน ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชือ่เสียงมากแห่งหนึ่งของ เมืองฟลอเรนซ์
เมืองฟรอเรนส์ เป็นแหล่งรวมช้อปปิ้งที่ท่านสามารถไปเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคา ถูกได้ที่ The Mall Outlet (shopping top brands)ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Armani ,burberry,Dior Fendi ,Giorgio Armani,Gucci ,hogan,tod's, Valentino ,ในแต่ละปีเมืองฟรอเรนส์เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปี ละเป็นล้านคนเลยทีเดียว ฟรอเรนส์ถือได้ว่ารวมเอาไว้ทั้งด้านศิลปะ แฟชั่น และแหล่งช้อปปิ้ง

มาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า
ระหว่างทางเดินก็เจอประติมากรรมสวยงามวางเรียงราย ดูแล้วเพลิดเพลินทีเดียว
นั่นงัย จุดหมายปลายทางสะพาน ปอนเต เวชชิโอ (Ponte Vecchio)

ซึ่งบนสะพานที่ไม่เหมือนใครของฟลอเรนซ์ รอดพ้นจากการทำลายของนาซีเนื่องจากความสวยงาม และยังเป็นบ้านของเหล่าพ่อค้าอัญมณีมากว่าสี่ศตวรรษ
มองเห็นไกลๆ ได้ภาพสะพานเก่าที่สวยงาม
Ponte Vecchio(Florence)ปอนเตเวคคิโอ (สะพานเก่า) คือสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของฟลอเรนซ์ บันทึกของสะพานในสถานที่แห่งนี้ย้อนกลับไปในปี 996 ถึงแม้ว่าสะพานที่คุณเห็นอยู่นี้จะถูกสร้างขึ้นในปี 1345 ก็ตาม สะพานนี้มีโค้งสามอันคร่อมแม่น้ำ ร้านสีเหลืองสดใสและหน้าต่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ ที่สะท้อนบนผิวน้ำเป็นหนึ่งในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของฟลอเรนซ์ 
แหล่งศูนย์รวมของฝาก ตัวสะพานมีส่วนโค้ง 3 ช่อง
Ponte Vecchio(Florence) เป็นเพียงสะพานแห่งเดียวในเมืองที่รอดพ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้  ไม่ถูกเยอรมันระเบิดไปในสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากถอยทัพออกไปเสียก่อน ตำนานกล่าวว่า นั่นเป็นคำสั่งโดยตรงจากฮิตเลอร์
ถึงแล้วทางเข้าดูเก่าแก่สวยแปลกตาไปอีกแบบ 
เมื่อเดินทางมาถึงปอนเตเวคคิโอ ลองมองเข้าไปในหน้าต่างร้านช่างทองหลายแห่ง ซึ่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
จากนั้นก็เดินไปยังด้านซ้าย เพื่อชมบรรยากาศร้านค้า และความเก่าแก่ของอาคารที่นี่กันเล็กน้อยก่อนเดินกลับไปยังสะพาน
ร้านค้าหลากหลาย  เหมาะสำหรับนักช็อปเลยทีเดียว


 ว่าแล้วก็รองท้อง ผ่อนคลายความร้อนด้วย ไอศครีมซักหน่อย

เดินต่ออีกหน่อย

แล้วก็กลับมาชมแหล่งช็อปปิ้งบริเวณPonte Vecchio(Florence)ปอนเตเวคคิโอ (สะพานเก่า) กันต่อ
เพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โนจากระเบียงกลางของสะพาน นักแสดงบนถนน ศิลปินและนักท่องเที่ยวสร้างบรรยากาศที่คึกคักตลอดทั้งวัน เมื่อร้านต่างๆ ปิดในยามเย็น สะพานจะมีบรรยากาศที่โรแมนติก และเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบโรแมนติก
เมื่อคุณเดินผ่านสะพาน ลองหยุดดูร้านขายอัญมณีสักแห่งจากร้านที่มีมากมาย ซึ่งจำหน่ายสินค้าตั้งแต่ของโบราณอันหาค่ามิได้ ไปจนถึงของที่ระลึกที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ ช่างทองรวมตัวกันอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 1593 เมื่อจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่หนึ่งบัญชาให้คนขายเนื้อและผักผลไม้ออกไป เนื่องจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากธุรกิจเหล่านั้น 
 พบรูปปั้นครึ่งตัวของช่างทองชื่อดัง Cellini ที่กลางสะพาน โดยมีวิวของแม่น้ำอาร์โนที่งดงามเป็นฉากหลัง
ด้านหลังเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน

ตำนานพื้นเมืองกล่าวว่า คู่รักที่ล็อกแม่กุญแจบนสะพานและโยนกุญแจทิ้งลงในแม่น้ำจะผูกพันกันตลอดกาล คุณอาจเห็นแม่กุญแจมากมายล็อกติดกันส่วนต่าง ๆ ของสะพาน แต่ขอแนะนำว่าคุณอย่าทำตาม เนื่องจากความเสียหายจากแม่กุญแจทั้งหลายจึงทำให้เจ้าหน้าที่สั่งปรับทุกคนที่ทำเช่นนั้น สามารถเข้าถึงสะพานนี้ได้ตลอดทั้งวัน(ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.expedia.co.th) 
จะเห็นว่าสะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโรมันแห่งนี้ เป็นจุดศูนย์รวมนักท่องเที่ยวประจำเมืองฟลอเรนซ์ในฐานะย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจริงๆ

ขายของกันบนสะพานเลยร้านนี้ 

ลักษณะของสะพานสองฟากเป็นอาคารพาณิชย์ที่เปิดเป็นร้านค้ามากมาย  เว้นที่ตรงกลางสะพานไว้เล็กน้อยพอให้ยืนชมวิวแม่น้ำได้ ด้านบนหลังคาของอาคารพาณิชย์ได้ต่อเติมให้เป็นทางเดินลอยฟ้าเชื่อมระหว่างพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่กับพระราชวังพิตติ
 ภาพบนสะพานมองไปยังฝั่งแม่น้ำด้านซ้าย
ภาพบนสะพานมองไปยังฝั่งแม่น้ำด้านขวา
เก็บภาพบนสะพาน
ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึกมากมาย รวมถึงร้านค้าแบบวางบนพื้น สินค้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของสะพานแห่งนี้คือเครื่องประดับสวยๆจากทองและหินสี ภาพวาด หน้ากาก  


แล้วเดินต่อตรงไปทางด้านข้างสะพานอีกฝั่ง

บริเวณนี้เป็นมุมที่ถ่ายภาพสะพานได้ชัดเจนที่สุด
 นั่นงัย นักท่องเที่ยวจ่อคิว ถ่ายภาพมุมเดียวกัน หาที่เสียบไม่ได้เลยเชียว
ขอแอบซักนิดเหอะไหนๆก็มาแล้ว แถมแดดก็ร้อนมาก เลยได้มาแค่เนี๊ย 55
เดินตรงมามองเห็นตึกห้องสมุดเก่า ที่สวยงาม


อีกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ มองเห็นฝั่งเนินทราย เต็มไปด้วยหนุ่มสาวมานั่งตากอากาศ อาบแดดกัน
จากPonte Vecchio(Florence)ปอนเตเวคคิโอ (สะพานเก่า) เพื่อจะไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ และพระราชวังพิตติ ก็เดินลัดเลาะมายังย่านอาคารเก่าที่ เต็มไปด้วยร้านขายภาพวาด ศิลปะ วางขายกันเรียงราย




 นั่นงัย มองเห็นความสูงของพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ แล้ว ไปต่อกันที่บล็อกต่อไปนะค่ะ


..... 😍😏 .....